บทที่ 5 ตอนที่ 5
เคลวินไม่ได้ใส่จำนวนเงินลงในสัญญา นั่นเป็นเพราะเขาต้องการสอบถามความคิดเห็นของเฌอปรางก่อน
“เอ่อ... หนูไม่เอาหรอกค่ะ”
คิ้วหนาดกที่พาดอยู่เหนือดวงตาคมกริบดุกระด้างของเคลวินเลิกสูง
“แต่ฉันคิดว่าเธอควรจะรับมันเอาไว้”
“แต่หนู...”
หล่อนกำลังจะปฏิเสธ แต่เขาแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวเสียก่อน
“อย่างน้อยๆ ก็ถือว่าเป็นค่าตัวของเธอ เฌอปราง”
ความตื่นตกใจในดวงตาคู่งามของเด็กสาวที่ตนเองอุปการะเอาไว้มีผลแปลกๆ กับหัวใจหนุ่มไม่น้อย แต่ความเห็นแก่ตัวที่ถูกเคลือบเอาไว้ด้วยความแค้นทำให้เขาเลือกที่จะไม่ไยดีกับมัน
“ขอโทษนะที่ฉันต้องพูดตามตรง แต่ฉันไม่อยากให้เธอปฏิเสธสิ่งที่เธอควรจะได้รับมัน”
“หนู... แล้วแต่พ่อเลี้ยงค่ะ”
เขามองเด็กสาวที่ก้มหน้ามองโต๊ะไม้ราวกับบนนั้นมีลายแทงสมบัติพันล้านด้วยความไม่พอใจนัก
“เธอควรจะหัดเอาตัวเองเป็นที่ตั้งบ้าง อย่างน้อยๆ ก็ต้องรักษาสิทธิ์ของตัวเอง ไม่ใช่ตามใจฉันแบบนี้”
“เพราะหนู... รักและเคารพพ่อเลี้ยงค่ะ”
เคลวินมองหล่อนแค่แวบเดียว ก่อนจะก้มลงจิ้มนิ้วลงบนแป้นโทรศัพท์มือถือที่เขาเปิดโปรแกรมคำนวณเลขเอาไว้
เฌอปรางเงยหน้าขึ้นมองเขา เรียวปากแห้งผากราวกับคนขาดน้ำ กระบอกตาก็ปวดแสบปวดร้อนเหลือเกิน จนแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
ท่าทางของเคลวินไม่ได้สนใจไยดีอะไรต่อความรู้สึกของหล่อนเลยแม้แต่น้อย
ทุกอย่างคือการจ้าง และเขาก็กำลังคำนวณเม็ดเงินที่สมควรจะจ่ายให้กับลูกจ้างหัวอ่อนเช่นหล่อน
“ฉันจ้างเธอหกเดือน ก็ประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบวัน... งั้นถ้าฉันจ่ายเธอสักเก้าล้าน ก็เท่ากับว่าเธอทำงานได้รับค่าจ้างวันละห้าหมื่นบาท... ราคานี้โอเคสำหรับเธอไหม เฌอปราง”
หล่อนควรตื่นเต้นกับยอดเงินที่หลุดออกมาจากปากของเขา แต่ทำไมนะ เงินเก้าล้านมันถึงไม่มีคุณค่าอะไรกับหล่อนเลย หากมันต้องแลกกับการที่ต้องเดินออกไปจากที่นี่ และไม่ได้เห็นเคลวินอีกตลอดกาล
“หนู... แล้วแต่พ่อเลี้ยงค่ะ”
“แล้วแต่ฉันอีกแล้ว” เขาทำเสียงดุใส่
“ก็หนู... ไม่รู้ว่าควรจะรับเงินเท่าไหร่ดีน่ะค่ะ”
“โอเค งั้นก็ตามนี้นะ ฉันจะจ่ายให้เธอทันทีเก้าล้านบาท หลังจากสัญญาจบลง ซึ่งก็หมายถึงในอีกหกเดือนข้างหน้า”
“หนู... ขอแค่หนึ่งล้านก็พอค่ะ”
“ไหนว่าแล้วแต่ฉันไงล่ะ เฌอปราง”
เขาดุ และทำให้หล่อนต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาคมกริบ
“เอ่อ... งั้นแล้วแต่พ่อเลี้ยงค่ะ” หล่อนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เสียงถอนใจแรงๆ ดังออกมาจากปากหยักสวยของคนตัวโต และเขาก็จ้องมองมาที่หล่อนด้วยสายตาไร้ความรู้สึก
“แล้วเธอจะถามฉันไหมว่าเธอต้องย้ายมาอยู่ในห้องของฉันเมื่อไหร่”
“เอ่อ... หนู...” ดวงหน้านวลซีดสลับแดงระเรื่อ
“ถ้าไม่ถาม ฉันบอกเองก็ได้...”
ใบหน้าหล่อจัดของเคลวินยื่นเข้ามาใกล้ อะไรบางอย่างในดวงตาของเขาทำให้กายสาวร้อนผะผ่าว
“พรุ่งนี้... คืนพรุ่งนี้”
“พรุ่งนี้เลยเหรอคะ?!”
“หรือว่าเธออยากย้ายมาคืนนี้เลยล่ะ”
“หนู...” หล่อนอึกอักพูดไม่ออก สมองมโนไปไกลแสนไกลเหลือเกิน
“เอาล่ะ เธอไปพักผ่อนได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันจะไปประกาศกับคนงานทุกคนในไร่ชาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรา ส่วนเธอเก็บเรื่องสัญญาเอาไว้เป็นความลับล่ะ ฉันไม่ต้องการให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปให้แม้แต่มดหรือหนูรู้ทั้งนั้น”
“เอ่อ... แล้วถ้าคนงานในไร่สงสัยล่ะคะ เพราะ... ว่าพ่อเลี้ยงกับหนูเราไม่เคย... เอ่อ...”
หล่อนยังพูดไม่ทันจบ เขาก็แทรกขึ้นอย่างเข้าใจความหมายของคำพูดที่ยังไม่ได้เล็ดลอดออกมาจากปากอิ่ม
“ใครจะสงสัยก็ช่างปะไร ในเมื่อคนที่ฉันต้องการให้เชื่อสนิทใจก็คือณิชา”
หล่อนก้มหน้าหลบสายตาของเคลวินอีกครั้ง
“ค่ะ หนูเข้าใจแล้วค่ะพ่อเลี้ยง”
“ดี”
“เอ่อ... งั้นหนูขอตัวกลับที่พักก่อนนะคะ”
“ไปเถอะ แล้วอย่าลืมล่ะว่าตอนนี้เธอได้รับจ้างแต่งงานกับฉันเรียบร้อยแล้ว”
“ค่ะ... หนูไม่ลืมค่ะ” หล่อนตอบรับเสียงแผ่วเบา ราวกับเสียงของลมหายใจ
“งั้นไปเถอะ เดินกลับห้องดีๆ ล่ะ”
“ขอบ... คุณค่ะพ่อเลี้ยง”
หล่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่ง แข้งขาแทบไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะก้าวเดินออกไป
น้ำตาหยดแหมะอาบแก้ม เมื่อหันหลังให้กับเขาได้สำเร็จ หัวใจกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานเหลือเกิน
ต่อจากนี้ไป ชีวิตของหล่อนก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว จากเด็กสาวในปกครองที่แอบรักเขา โชคชะตากลับเล่นตลกให้ต้องร่วมหอลงโรงกับเขาด้วยพันธสัญญาระยะสั้น
หกเดือน...
มือเล็กยกขึ้นป้ายน้ำตาจากแก้มนวลหลายครั้ง ขณะก้าวเท้าออกไปจากบ้านไม้หลังมหึมาของเคลวิน มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนพักของตัวเองอย่างเลื่อนลอย
หกเดือนต่อจากนี้ไป หล่อนจะกลายเป็นเครื่องมือที่เคลวินใช้ร่างกายฟาดฟันเอาคืนคนเคยรักอย่างณิชา ผู้หญิงที่เคลวินทั้งรักทั้งหวงแหนมากกว่าลมหายใจของตัวเอง
ดวงใจสาวคล้ายกับกำลังถูกมีดแหลมจากเงื้อมมือของผู้ชายที่ตัวเองรักทิ่มแทงไม่ยั้ง
หล่อนเจ็บเหลือเกิน...
